ททท. ร่วมกับภาครัฐและเอกชน ประชุมเตรียมเปิดพื้นที่นำร่อง ชะอำ-หัวหิน รับนักท่องเที่ยวจากพื้นที่
เสี่ยงต่ำวัคซีนครบเข้าเที่ยวไทยโดยไม่กักตัว มั่นใจพร้อมเริ่ม 1 พ.ย.นี้
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับจังหวัดเพชรบุรี จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ หน่วยงานภาครัฐ เอกชน รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่ จัดประชุมเตรียม ความพร้อมเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าที่พื้นที่นำร่องจังหวัดเพชรบุรี (ชะอำ) และจังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป โดยพิจารณาความพร้อมของพื้นที่และระบบจัดการ ให้เป็นไปตามสาธารณสุขกำหนด ณ โรงแรมเชอราตัน หัวหิน รีสอร์ทแอนด์สปา จังหวัดเพชรบุรี

นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านดิจิทัล วิจัยและพัฒนา ททท. กล่าวว่า จากนโยบายเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เดินทางจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำและได้รับวัคซีนโควิด-19ครบโดสโดยไม่กักตัวตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป นั้น ททท.จึงได้ร่วมกับจังหวัดเพชรบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หน่วยงานภาครัฐ เอกชน รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่ ประชุมเตรียมความพร้อมมาตรการเปิดพื้นที่เพื่อการท่องเที่ยว ได้แก่ พื้นที่เทศบาลเมืองชะอำ จังหวัดเพชรบุรี และตำบลหัวหิน หนองแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งได้รับพิจารณา เป็นพื้นที่นำร่องระยะที่ 1 (1-30 พฤศจิกายน 2564) โดยได้กำหนดเกณฑ์พิจารณาความพร้อมใน 2 ปัจจัย คือ
1)ความพร้อมเชิงพื้นที่ การกระจายวัคซีนโควิด-19 ครอบคลุมตามเกณฑ์อย่างน้อยร้อยละ 70 และในกลุ่ม 608
อย่างน้อยร้อยละ 80 เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ เน้นย้ำความปลอดภัยของคนไทย และเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งในพื้นที่เมืองชะอำ มีประชาชนที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 เข็มที่ 2 แล้ว จำนวน 17,964 คน คิดเป็น 59.08%
และคาดว่าจะได้รับวัคซีนโควิด-19 เข็มที่ 2 ครบตามเกณฑ์ 70% ภายในวันที่ 15 ตุลาคม 2564 ขณะที่พื้นที่
เมืองหัวหิน มีประชาชนได้รับวัคซีนโควิด-19 เข็มที่ 2 แล้ว จำนวน 67,491 คน คิดเป็น 74.52% (ข้อมูล ณ วันที่ 10
ตุลาคม 2564)
รวมถึงพิจารณาเกณฑ์จำนวนผู้ติดเชื้อไม่เกิน 5-10 รายต่อแสนประชากรต่อวัน และแนวโน้ม
สถานการณ์การแพร่ระบาดประกอบการพิจารณาความพร้อมของพื้นที่ร่วมด้วย2) ความพร้อมของระบบการจัดการ
ในพื้นที่ ได้พิจารณาแผนปฏิบัติงานที่เป็นมาตรฐาน (SOP) สอดคล้องกับมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดจัดทำระบบกำกับติดตามและเชื่อมโยงกับศูนย์บัญชาการจังหวัด รวมถึงเชื่อมโยงเส้นทางการเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่นำร่อง ชะอำ – หัวหิน รูปแบบ Sports & Leisure under Sunshine อาทิ เส้นทาง CHA-AM Zone พักและท่องเที่ยวในพื้นที่เมืองชะอำเท่านั้น SEALED ROUTE พักโรงแรมในเมืองชะอำและมีโปรแกรมกีฬากอล์ฟ SELETED ROUTE อยู่ในที่พักหรือสนามกอล์ฟอย่างเดียว CONNECTED ROUTE เชื่อมโยงพื้นที่เปิดเมืองท่องเที่ยว ชะอำ-หัวหิน ขณะที่ด้านความปลอดภัย ได้จัดตั้งศูนย์ CHA-AM Command Center และเบอร์สายด่วน 1132 เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวกรณีฉุกเฉิน วางระบบเพื่อเผชิญเหตุและบริหารความเสี่ยง
อีกทั้ง กำหนดให้นักท่องเที่ยวใช้บริการสถานประกอบการที่ได้รับรองมาตรฐานสัญลักษณ์ SHA และ SHA Plus ซึ่งเป็นมาตรฐานที่รับรองว่าสถานประกอบการมีมาตรการทางสุขอนามัยในการควบคุมโควิด-19 อีกทั้งมีพนักงานในสถานประกอบการได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบ 2 เข็มแล้วเกินกว่า 70% ซึ่งสามารถสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ สะท้อนการบริหารจัดการ นำร่องเปิดรับนักท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพและสร้างความเชื่อใจในการเดินทางท่องเที่ยวแก่นักท่องเที่ยวได้
สำหรับพื้นที่ชะอำและหัวหิน ปัจจุบันมีสถานประกอบการที่ได้รับมาตรฐานฯ รวมทั้งสิ้นมากกว่า 100 แห่ง
นอกจากนี้ ยังมีการจัดทำแผนการตลาดและแผนการสื่อสาร โดย ททท. จะร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน
ส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีปกติใหม่ (New Normal) ในตลาดต่างประเทศผ่านกิจกรรมส่งเสริมการตลาดใน
หลากหลายรูปแบบ ตอบโจทย์พฤติกรรมนักท่องเที่ยวอย่างครอบคลุม เจาะกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวคุณภาพมีกำลังซื้อสูง กลุ่มกอล์ฟ กลุ่มรักสุขภาพ (wellness) และกลุ่มครอบครัวควบคู่กับการสื่อสารสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนชาวไทย เพื่อร่วมกันเป็นกำลังสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้กลับมาฟื้นตัวอย่างยั่งยืนและแข็งแรงต่อไป
